“กู่พิษ” มีจริง! ไสยศาสตร์อาถรรพ์ ให้สัตว์พิษฆ่ากันตาย จนเหลือตัวเดียวที่ชนะ

กำลังเป็นละครที่ถูกพูดถึงในโลกโซเชียลฯ สำหรับ เรือนเบญจพิษ ทางช่อง ONE ที่ในละครเรื่องนี้ใช้วิธีการฆ่ากันด้วย “กู่พิษ” ซึ่งกู่พิษ เป็นวิชาอาคม ที่เอาสัตว์มีพิษทั้ง 5 มารวมกันในไห (กู่) คือ งูพิษ-แมงป่อง-ตะขาบ-คางคก-แมงมุมพิษ ซึ่งสัตว์มี พิษทั้ง 5 ชนิด จะฆ่ากันเองภายในกู่ และจะมีสัตว์มีพิษ 1 ตัวเท่านั้นที่จะชนะ เพราะกินสัตว์พิษตัวอื่นเข้าไป ทำให้กลายเป็นสัตว์ที่มีพิษร้ายแรงที่สุด สามารถฆ่าคนให้ตายได้ในทันที ซึ่งในละครจะมีผ้ายันต์ และหน้ากาก ที่ใช้สะกด บังคับสัตว์พิษให้ฆ่าคน

ซึ่งหลายๆ คนสงสัยว่า กู่พิษ มีจริงหรือไม่ วันนี้เรามีคำตอบมาให้กับทุกๆ คนว่าวิชา กู่พิษ ในละครเรื่องนี้คือวิชาอาคมอะไร

หากพูดถึงพิธีกรรมการ สาปแช่ง เพื่อ แก้แค้น ศัตรูคู่อาฆาต ในประเทศไทยเราก็จะมีอยู่มากมายหลากหลายพิธีด้วยกัน ที่รู้จักก็คงจะหนีไม่พ้นพิธีกรรม เผาพริกเผาเกลือ หรือ เสกหนังควายเข้าท้อง ซึ่งเรื่องแบบนี้ก็เป็นความเชื่อส่วนบุคคล ที่ต้องใช้วิจารณญาณในการคิดและไตร่ตรองให้ดี และรู้หรือไม่ว่าไม่เพียงแต่ในบ้านเราเท่านั้นที่มีพิธีสาปแช่งเช่นนี้อยู่ ในต่างประเทศเองก็มีพิธีกรรมสาปแช่งแบบแปลกๆ เหมือนกัน

“โคโดกุ (Kodoku)” หรือ “ยาพิษแม่มด” คือชื่อของศาสตร์มนตร์ดำชนิดหนึ่งที่กระทำขึ้นเพื่อเป็นการสาปแช่ง และแก้แค้นศัตรูผู้ไม่หวังดีทั้งหลาย มนตร์ดำชนิดนี้มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน ก่อนจะแพร่หลายออกไปและปรากฏอยู่ในนิทานพื้นบ้านของประเทศญี่ปุ่น มนตร์ดำโคโดกุขึ้นชื่อในเรื่องของวิธีในการประกอบพิธีกรรมที่สามารถทำได้ง่าย ไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรมาก เพียงแค่จับสัตว์ชนิดต่างๆ เช่น สุนัข แมว หนู ด้วง หรือคางคก แต่ถ้าอยากให้ผลลัพธ์ออกมาร้ายแรง อยากให้ศัตรูล้มป่วยเจียนตายล่ะก็ สัตว์ที่จับมาจะต้องเป็นสัตว์มีพิษเท่านั้น เช่น แมงมุม แมงป่อง ตะขาบ หนอน งู เป็นต้น จากนั้นก็นำสัตว์เหล่านั้นมาขังรวมกันในภาชนะ เช่น โถหรือไห หรืออะไรก็ตามแต่ที่ปิดมิดชิด แล้วก็รอให้พวกมันฆ่ากันเอง! จนในที่สุดก็จะเหลือสัตว์ผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวที่รอดชีวิต! ซึ่งนั่นก็คือสัตว์ตัวที่จะนำมาประกอบพิธีกรรม โคโดกุ เพื่อ สาปแช่ง ศัตรู

ตามความเชื่อดั้งเดิมเชื่อกันว่า สัตว์ตัวสุดท้ายที่รอดชีวิตจากการต่อสู้กับสัตว์ตัวอื่นมาได้นั้นคือสัตว์ที่มีพิษร้ายแรงที่สุด กล่าวคือ เป็นเพราะมันได้รับการถ่ายทอดพิษจากตัวอื่นต่อๆ กันมา ทำให้มันกลายเป็นสัตว์ที่ร้ายกาจเป็น ปีศาจ หรือ อสุรกาย เลยก็ว่าได้ หลังจากนั้นก็จะนำเจ้าสัตว์ที่รอดชีวิตไปทำพิธีกรรมต่างๆ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์หลักของตัวผู้ประกอบพิธีกรรมเอง ไม่ว่าจะเป็นการนำไปย่างไฟแล้วบดจนเป็นผงผสมกับยาพิษชนิดอื่นๆ หรือไม่ก็นำผงที่ได้ใส่ในอาหาร แล้วนำไปให้ศัตรูกิน เพื่อให้ศัตรูล้มป่วยและเพื่อให้วิญญาณของเจ้าสัตว์ที่รอดชีวิตตัวสุดท้ายนั้นเข้าสิงร่างของศัตรูให้ได้รับความทรมานอย่างแสนสาหัสนั่นเอง

นอกจากนั้นวิธีที่นิยมกันมากที่สุดก็คือ นำเจ้าสัตว์ที่รอดชีวิตตัวนั้นมาปลุกเสกคาถาอาคมต่างๆ แล้วมันก็จะกลายเป็นทาสรับใช้ คอยทำตามคำสั่งของผู้ปลุกเสกทุกอย่าง และที่สยองไปกว่านั้น มีคนเชื่อว่าหากกินเจ้าสัตว์ที่รอดชีวิตเข้าไปจะทำให้เป็นอมตะ ฆ่าไม่ตาย มีพลังมากมายที่จะไล่แก้แค้นศัตรูจนล่มจมกันไปข้าง!

อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ ‘โคโดกุ’ เป็นศาสตร์มืดจึงเชื่อกันว่า มนตร์ดำชนิดนี้พ่ายแพ้ให้กับบทสวดของทุกศาสนา และถึงแม้ว่าพิธีกรรมดังกล่าวจะดูเป็นการทรมานสัตว์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นพิธีกรรมโคโดกุ ก็ยังคงมีอยู่ และเป็นความเชื่อที่ฝังลึกเข้าไปในวัฒนธรรม จนมิอาจแยกออกจากกันได้นั่นเอง

กำลังเป็นละครที่ถูกพูดถึงในโลกโซเชียลฯ สำหรับ เรือนเบญจพิษ ทางช่อง ONE ที่ในละครเรื่องนี้ใช้วิธีการฆ่ากันด้วย “กู่พิษ” ซึ่งกู่พิษ เป็นวิชาอาคม ที่เอาสัตว์มีพิษทั้ง 5 มารวมกันในไห (กู่) คือ งูพิษ-แมงป่อง-ตะขาบ-คางคก-แมงมุมพิษ ซึ่งสัตว์มี พิษทั้ง 5 ชนิด จะฆ่ากันเองภายในกู่ และจะมีสัตว์มีพิษ 1 ตัวเท่านั้นที่จะชนะ เพราะกินสัตว์พิษตัวอื่นเข้าไป ทำให้กลายเป็นสัตว์ที่มีพิษร้ายแรงที่สุด สามารถฆ่าคนให้ตายได้ในทันที ซึ่งในละครจะมีผ้ายันต์ และหน้ากาก ที่ใช้สะกด บังคับสัตว์พิษให้ฆ่าคน

ซึ่งหลายๆ คนสงสัยว่า กู่พิษ มีจริงหรือไม่ วันนี้เรามีคำตอบมาให้กับทุกๆ คนว่าวิชา กู่พิษ ในละครเรื่องนี้คือวิชาอาคมอะไร

หากพูดถึงพิธีกรรมการ สาปแช่ง เพื่อ แก้แค้น ศัตรูคู่อาฆาต ในประเทศไทยเราก็จะมีอยู่มากมายหลากหลายพิธีด้วยกัน ที่รู้จักก็คงจะหนีไม่พ้นพิธีกรรม เผาพริกเผาเกลือ หรือ เสกหนังควายเข้าท้อง ซึ่งเรื่องแบบนี้ก็เป็นความเชื่อส่วนบุคคล ที่ต้องใช้วิจารณญาณในการคิดและไตร่ตรองให้ดี และรู้หรือไม่ว่าไม่เพียงแต่ในบ้านเราเท่านั้นที่มีพิธีสาปแช่งเช่นนี้อยู่ ในต่างประเทศเองก็มีพิธีกรรมสาปแช่งแบบแปลกๆ เหมือนกัน

“โคโดกุ (Kodoku)” หรือ “ยาพิษแม่มด” คือชื่อของศาสตร์มนตร์ดำชนิดหนึ่งที่กระทำขึ้นเพื่อเป็นการสาปแช่ง และแก้แค้นศัตรูผู้ไม่หวังดีทั้งหลาย มนตร์ดำชนิดนี้มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน ก่อนจะแพร่หลายออกไปและปรากฏอยู่ในนิทานพื้นบ้านของประเทศญี่ปุ่น มนตร์ดำโคโดกุขึ้นชื่อในเรื่องของวิธีในการประกอบพิธีกรรมที่สามารถทำได้ง่าย ไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรมาก เพียงแค่จับสัตว์ชนิดต่างๆ เช่น สุนัข แมว หนู ด้วง หรือคางคก แต่ถ้าอยากให้ผลลัพธ์ออกมาร้ายแรง อยากให้ศัตรูล้มป่วยเจียนตายล่ะก็ สัตว์ที่จับมาจะต้องเป็นสัตว์มีพิษเท่านั้น เช่น แมงมุม แมงป่อง ตะขาบ หนอน งู เป็นต้น จากนั้นก็นำสัตว์เหล่านั้นมาขังรวมกันในภาชนะ เช่น โถหรือไห หรืออะไรก็ตามแต่ที่ปิดมิดชิด แล้วก็รอให้พวกมันฆ่ากันเอง! จนในที่สุดก็จะเหลือสัตว์ผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวที่รอดชีวิต! ซึ่งนั่นก็คือสัตว์ตัวที่จะนำมาประกอบพิธีกรรม โคโดกุ เพื่อ สาปแช่ง ศัตรู

ตามความเชื่อดั้งเดิมเชื่อกันว่า สัตว์ตัวสุดท้ายที่รอดชีวิตจากการต่อสู้กับสัตว์ตัวอื่นมาได้นั้นคือสัตว์ที่มีพิษร้ายแรงที่สุด กล่าวคือ เป็นเพราะมันได้รับการถ่ายทอดพิษจากตัวอื่นต่อๆ กันมา ทำให้มันกลายเป็นสัตว์ที่ร้ายกาจเป็น ปีศาจ หรือ อสุรกาย เลยก็ว่าได้ หลังจากนั้นก็จะนำเจ้าสัตว์ที่รอดชีวิตไปทำพิธีกรรมต่างๆ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์หลักของตัวผู้ประกอบพิธีกรรมเอง ไม่ว่าจะเป็นการนำไปย่างไฟแล้วบดจนเป็นผงผสมกับยาพิษชนิดอื่นๆ หรือไม่ก็นำผงที่ได้ใส่ในอาหาร แล้วนำไปให้ศัตรูกิน เพื่อให้ศัตรูล้มป่วยและเพื่อให้วิญญาณของเจ้าสัตว์ที่รอดชีวิตตัวสุดท้ายนั้นเข้าสิงร่างของศัตรูให้ได้รับความทรมานอย่างแสนสาหัสนั่นเอง

นอกจากนั้นวิธีที่นิยมกันมากที่สุดก็คือ นำเจ้าสัตว์ที่รอดชีวิตตัวนั้นมาปลุกเสกคาถาอาคมต่างๆ แล้วมันก็จะกลายเป็นทาสรับใช้ คอยทำตามคำสั่งของผู้ปลุกเสกทุกอย่าง และที่สยองไปกว่านั้น มีคนเชื่อว่าหากกินเจ้าสัตว์ที่รอดชีวิตเข้าไปจะทำให้เป็นอมตะ ฆ่าไม่ตาย มีพลังมากมายที่จะไล่แก้แค้นศัตรูจนล่มจมกันไปข้าง!

อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ ‘โคโดกุ’ เป็นศาสตร์มืดจึงเชื่อกันว่า มนตร์ดำชนิดนี้พ่ายแพ้ให้กับบทสวดของทุกศาสนา และถึงแม้ว่าพิธีกรรมดังกล่าวจะดูเป็นการทรมานสัตว์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นพิธีกรรมโคโดกุ ก็ยังคงมีอยู่ และเป็นความเชื่อที่ฝังลึกเข้าไปในวัฒนธรรม จนมิอาจแยกออกจากกันได้นั่นเอง

 

 

Facebook Comments Box