คดีพลิก! สังคมงง! สาวแบงค์ไลฟ์สด ล้วงข้อมูลแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ต้องถูกไล่ออก และถูกดำเนินคดี (มีคลิป)

จากกรณีที่มีสาวแบงค์คนหนึ่งใน จ.ราชบุรี ซึ่งถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์มาหลอกลวงว่า บัญชีธนาคารของเธอมีปัญหา และพัวพันกับการกู้เงินกับธนาคารแห่งหนึ่งในพื้นที่ ภาคเหนือ พร้อมบอกให้โอนเงินเพื่อทำการตรวจสอบเลขที่ธนบัตร ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ โดยสาวแบงค์คนดังกล่าว ได้ตัดสินใจไลฟ์สดบอกเล่าเหตุการณ์ผ่านเฟซบุ๊ก เพื่อแฉพฤติกรรมของแก๊งดังกล่าว ป้องกันไม่ให้ผู้บริสุทธิ์ถูกหลอกลวง เมื่อวันที่ 29 พ.ย. ที่ผ่านมา จากการตรวจสอบทราบว่า หญิงสาวคนดังกล่าวคือ น.ส.มารีนา แสงฉาย พนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง ซึ่งมีสาขาในห้างสรรพสินค้าชื่อดังเมืองราชบุรี เธอเผยว่า ตนเองไม่เคยกู้เงินจากธนาคาร ดังนั้นเมื่อมีโทรศัทพ์ติดต่อเข้ามาเพื่อสอบถามข้อมูล และยังกล่าวอ้างถึงสารวัตรตำรวจนายหนึ่ง จึงเชื่อว่าถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกให้โอนเงินอย่างแน่นอน จึงรวบรวมสติเพื่อหลอกขอหมายเลขบัญชีที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์จะให้โอนเงิน ก่อนทำทีเดินไปทำรายการที่ตู้เอทีเอ็ม เพื่อเก็บข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้ได้นำข้อมูลทั้งหมดส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อติดตามจับกุมแก๊งดังกล่าวแล้ว และอยากฝากเตือนประชาชนว่า หากเจอเหตุการณ์ในลักษณะนี้ให้มีสติ และควรพิจารณาข้อมูลให้รอบคอบ

ล่าสุดวานนี้ 30 พ.ย. ว่าที่ ร.ต.รภัสสิทธิ์ ภัทรสิริชัยสิน ได้ถ่ายทอดสดกับ ทนายชื่อดัง รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ในประเด็นดังกล่าว โดยทนายบอกว่า ธนาคารเป็นผู้ให้บริการอยู่ภายใต้กฎหมายของการธนาคารแห่งประเทศไทย ควบคุมกำกับดูแลโดยกระทรวงการคลัง และมีประกาศของธนาคารชัดเจนในเรื่องความลับของลูกค้า คนที่มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลลูกค้าได้ ต้องเป็นคำสั่งศาลเท่านั้น หรือทางเจ้าหน้าที่ราชการทำหนังสือมา กรณีนี้ สาวแบงค์ต้องถูกไล่ออกและถูกดำเนินคดี แม้จะเป็นการหวังดี แต่ผิดกฎหมาย ผิดระเบียบ ความลับของลูกค้า จะเปิดเผยได้ต้องมีคำสั่งศาลให้เปิดเผย จะอาศัยสิทธิ์ความเป็นพนักงานธนาคารไม่ได้ ผิดจริยธรรมและกฎหมายภายใน ธนาคารต้องไล่ออกอย่างเดียว เอาไว้ไม่ได้

การเข้าถึงข้อมูลลูกค้า ไม่ใช่หน้าที่ของสาวแบงค์ ที่จะต้องมาตีแผ่ข้อมูลลูกค้าต่อหน้าสาธารณะ แบบนี้จะทำให้นายจ้างเสียหาย เพราะเปิดเผยข้อมูลลูกค้าออกไป ส่วนถ้าเกิดกรณีแบบนี้ขึ้นอีก มีแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรเข้ามา ก็ให้บันทึกเสียงไว้ และทำใจ เนื่องจากไม่มีกฎหมายเอาผิด เมื่อความเสียหายยังไม่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ ทนาย รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ยังโพสต์ข้อความเสริมไว้ว่า พ.ร.บ ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ.2551 มาตรา154-155 ห้ามมิให้บุคคลผู้ล่วงรู้หรือได้มาซึ่งความลับของลูกค้าโดยเหตุที่เป็นผู้มีอำนาจในการจัดการหรือเป็นพนักงาน และเปิดเผยความลับนั้น เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากลูกค้า หรือเข้ากรณียกเว้นอื่นตามที่กฎหมายกำหนด เช่น เปิดเผยเพื่อประโยชน์แก่การสอบสวนหรือพิจารณาคดี เปิดเผยเพื่อประโยชน์ในการให้สินเชื่อ เปิดเผยให้แก่บริษัทที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจทางการเงินเดียวกัน เป็นต้น

จากกรณีที่มีสาวแบงค์คนหนึ่งใน จ.ราชบุรี ซึ่งถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์มาหลอกลวงว่า บัญชีธนาคารของเธอมีปัญหา และพัวพันกับการกู้เงินกับธนาคารแห่งหนึ่งในพื้นที่ ภาคเหนือ พร้อมบอกให้โอนเงินเพื่อทำการตรวจสอบเลขที่ธนบัตร ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ โดยสาวแบงค์คนดังกล่าว ได้ตัดสินใจไลฟ์สดบอกเล่าเหตุการณ์ผ่านเฟซบุ๊ก เพื่อแฉพฤติกรรมของแก๊งดังกล่าว ป้องกันไม่ให้ผู้บริสุทธิ์ถูกหลอกลวง เมื่อวันที่ 29 พ.ย. ที่ผ่านมา จากการตรวจสอบทราบว่า หญิงสาวคนดังกล่าวคือ น.ส.มารีนา แสงฉาย พนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง ซึ่งมีสาขาในห้างสรรพสินค้าชื่อดังเมืองราชบุรี เธอเผยว่า ตนเองไม่เคยกู้เงินจากธนาคาร ดังนั้นเมื่อมีโทรศัทพ์ติดต่อเข้ามาเพื่อสอบถามข้อมูล และยังกล่าวอ้างถึงสารวัตรตำรวจนายหนึ่ง จึงเชื่อว่าถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกให้โอนเงินอย่างแน่นอน จึงรวบรวมสติเพื่อหลอกขอหมายเลขบัญชีที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์จะให้โอนเงิน ก่อนทำทีเดินไปทำรายการที่ตู้เอทีเอ็ม เพื่อเก็บข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้ได้นำข้อมูลทั้งหมดส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อติดตามจับกุมแก๊งดังกล่าวแล้ว และอยากฝากเตือนประชาชนว่า หากเจอเหตุการณ์ในลักษณะนี้ให้มีสติ และควรพิจารณาข้อมูลให้รอบคอบ

ล่าสุดวานนี้ 30 พ.ย. ว่าที่ ร.ต.รภัสสิทธิ์ ภัทรสิริชัยสิน ได้ถ่ายทอดสดกับ ทนายชื่อดัง รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ในประเด็นดังกล่าว โดยทนายบอกว่า ธนาคารเป็นผู้ให้บริการอยู่ภายใต้กฎหมายของการธนาคารแห่งประเทศไทย ควบคุมกำกับดูแลโดยกระทรวงการคลัง และมีประกาศของธนาคารชัดเจนในเรื่องความลับของลูกค้า คนที่มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลลูกค้าได้ ต้องเป็นคำสั่งศาลเท่านั้น หรือทางเจ้าหน้าที่ราชการทำหนังสือมา กรณีนี้ สาวแบงค์ต้องถูกไล่ออกและถูกดำเนินคดี แม้จะเป็นการหวังดี แต่ผิดกฎหมาย ผิดระเบียบ ความลับของลูกค้า จะเปิดเผยได้ต้องมีคำสั่งศาลให้เปิดเผย จะอาศัยสิทธิ์ความเป็นพนักงานธนาคารไม่ได้ ผิดจริยธรรมและกฎหมายภายใน ธนาคารต้องไล่ออกอย่างเดียว เอาไว้ไม่ได้

การเข้าถึงข้อมูลลูกค้า ไม่ใช่หน้าที่ของสาวแบงค์ ที่จะต้องมาตีแผ่ข้อมูลลูกค้าต่อหน้าสาธารณะ แบบนี้จะทำให้นายจ้างเสียหาย เพราะเปิดเผยข้อมูลลูกค้าออกไป ส่วนถ้าเกิดกรณีแบบนี้ขึ้นอีก มีแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรเข้ามา ก็ให้บันทึกเสียงไว้ และทำใจ เนื่องจากไม่มีกฎหมายเอาผิด เมื่อความเสียหายยังไม่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ ทนาย รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ยังโพสต์ข้อความเสริมไว้ว่า พ.ร.บ ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ.2551 มาตรา154-155 ห้ามมิให้บุคคลผู้ล่วงรู้หรือได้มาซึ่งความลับของลูกค้าโดยเหตุที่เป็นผู้มีอำนาจในการจัดการหรือเป็นพนักงาน และเปิดเผยความลับนั้น เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากลูกค้า หรือเข้ากรณียกเว้นอื่นตามที่กฎหมายกำหนด เช่น เปิดเผยเพื่อประโยชน์แก่การสอบสวนหรือพิจารณาคดี เปิดเผยเพื่อประโยชน์ในการให้สินเชื่อ เปิดเผยให้แก่บริษัทที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจทางการเงินเดียวกัน เป็นต้น

จากกรณีที่มีสาวแบงค์คนหนึ่งใน จ.ราชบุรี ซึ่งถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์มาหลอกลวงว่า บัญชีธนาคารของเธอมีปัญหา และพัวพันกับการกู้เงินกับธนาคารแห่งหนึ่งในพื้นที่ ภาคเหนือ พร้อมบอกให้โอนเงินเพื่อทำการตรวจสอบเลขที่ธนบัตร ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ โดยสาวแบงค์คนดังกล่าว ได้ตัดสินใจไลฟ์สดบอกเล่าเหตุการณ์ผ่านเฟซบุ๊ก เพื่อแฉพฤติกรรมของแก๊งดังกล่าว ป้องกันไม่ให้ผู้บริสุทธิ์ถูกหลอกลวง เมื่อวันที่ 29 พ.ย. ที่ผ่านมา จากการตรวจสอบทราบว่า หญิงสาวคนดังกล่าวคือ น.ส.มารีนา แสงฉาย พนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง ซึ่งมีสาขาในห้างสรรพสินค้าชื่อดังเมืองราชบุรี เธอเผยว่า ตนเองไม่เคยกู้เงินจากธนาคาร ดังนั้นเมื่อมีโทรศัทพ์ติดต่อเข้ามาเพื่อสอบถามข้อมูล และยังกล่าวอ้างถึงสารวัตรตำรวจนายหนึ่ง จึงเชื่อว่าถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกให้โอนเงินอย่างแน่นอน จึงรวบรวมสติเพื่อหลอกขอหมายเลขบัญชีที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์จะให้โอนเงิน ก่อนทำทีเดินไปทำรายการที่ตู้เอทีเอ็ม เพื่อเก็บข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้ได้นำข้อมูลทั้งหมดส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อติดตามจับกุมแก๊งดังกล่าวแล้ว และอยากฝากเตือนประชาชนว่า หากเจอเหตุการณ์ในลักษณะนี้ให้มีสติ และควรพิจารณาข้อมูลให้รอบคอบ

ล่าสุดวานนี้ 30 พ.ย. ว่าที่ ร.ต.รภัสสิทธิ์ ภัทรสิริชัยสิน ได้ถ่ายทอดสดกับ ทนายชื่อดัง รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ในประเด็นดังกล่าว โดยทนายบอกว่า ธนาคารเป็นผู้ให้บริการอยู่ภายใต้กฎหมายของการธนาคารแห่งประเทศไทย ควบคุมกำกับดูแลโดยกระทรวงการคลัง และมีประกาศของธนาคารชัดเจนในเรื่องความลับของลูกค้า คนที่มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลลูกค้าได้ ต้องเป็นคำสั่งศาลเท่านั้น หรือทางเจ้าหน้าที่ราชการทำหนังสือมา กรณีนี้ สาวแบงค์ต้องถูกไล่ออกและถูกดำเนินคดี แม้จะเป็นการหวังดี แต่ผิดกฎหมาย ผิดระเบียบ ความลับของลูกค้า จะเปิดเผยได้ต้องมีคำสั่งศาลให้เปิดเผย จะอาศัยสิทธิ์ความเป็นพนักงานธนาคารไม่ได้ ผิดจริยธรรมและกฎหมายภายใน ธนาคารต้องไล่ออกอย่างเดียว เอาไว้ไม่ได้

การเข้าถึงข้อมูลลูกค้า ไม่ใช่หน้าที่ของสาวแบงค์ ที่จะต้องมาตีแผ่ข้อมูลลูกค้าต่อหน้าสาธารณะ แบบนี้จะทำให้นายจ้างเสียหาย เพราะเปิดเผยข้อมูลลูกค้าออกไป ส่วนถ้าเกิดกรณีแบบนี้ขึ้นอีก มีแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรเข้ามา ก็ให้บันทึกเสียงไว้ และทำใจ เนื่องจากไม่มีกฎหมายเอาผิด เมื่อความเสียหายยังไม่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ ทนาย รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ยังโพสต์ข้อความเสริมไว้ว่า พ.ร.บ ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ.2551 มาตรา154-155 ห้ามมิให้บุคคลผู้ล่วงรู้หรือได้มาซึ่งความลับของลูกค้าโดยเหตุที่เป็นผู้มีอำนาจในการจัดการหรือเป็นพนักงาน และเปิดเผยความลับนั้น เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากลูกค้า หรือเข้ากรณียกเว้นอื่นตามที่กฎหมายกำหนด เช่น เปิดเผยเพื่อประโยชน์แก่การสอบสวนหรือพิจารณาคดี เปิดเผยเพื่อประโยชน์ในการให้สินเชื่อ เปิดเผยให้แก่บริษัทที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจทางการเงินเดียวกัน เป็นต้น

 

 

 

Facebook Comments Box