ขนลุกซู่! เผาหมู่ 18 ศพรถทัวร์มรณะ ต้องเผาศพแบบโบราณ “ก่อกองฟอน” เหตุเตาเผาไม่พอ (มีคลิป)

เว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์ รายงานว่า จ.กาฬสินธุ์ จัดสถานที่ฌาปนกิจศพเหยื่อรถทัวร์18ศพ เผย ต้องเผาศพแบบก่อกองฟอนแบบโบราณ เหตุเตาเผาไม่พอเพราะญาติผู้เสียชีวิตต้องการให้เผาศพพร้อมๆกัน  ด้านผู้ว่าสั่งเร่งเยียวยาจิตใจ

เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ที่วัดดงกระยอมอุดมคุณ ต.ห้วยโพธิ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ และที่วัดป่าพุทธมงคล ต.หลุบ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ทางเจ้าหน้าที่ส่วนราชการ พร้อมชาวบ้าน และจิตอาสา ได้ช่วยกันจัดเตรียมสถานที่ฌาปนกิจศพผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถทัวร์เหมาเที่ยวพลิกคว่ำทำให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 18 คน ซึ่งบริเวณลานวัดดงกระยอมอุดมคุณ จะได้ทำการฌาปนกิจศพพร้อมกัน จำนวน 5 ศพ และที่วัดป่าพุทธมงคล จะทำการฌาปจกิจศพร้อมกันทั้ง 9 ศพ ในวันอาทิตย์ที่ 25 มีนาคม 2561

โดยการฌาปนกิจศพแบบก่อกองฟอนซึ่งเป็นการเผาศพแบบโบราณ ซึ่งจะนำศพวางไว้บนกองไม้หรือชาวบ้านเรียกว่ากองฟอน จากนั้นหลังจากทำพิธีทางศาสนาถวายผ้าบังสกุล ก็จะทำการจุดไฟเผาศพพร้อมกัน ซึ่งสาเหตุที่ต้องทำการเผาแบบก่อกองฟางชาวบ้านได้บอกว่าในวัดมีเตาเผาศพไม่เพียงพอ จึงต้องใช้วิธีการเผาแบบนี้โดยญาติๆทุกคนก็ไม่ได้ติดขัดอะไร อยากให้ประกอบพิธีพร้อมกันเพราะถือว่าประสบเหตุพร้อมกันเลยอยากส่งผู้ล่วงลับสู่สุคติพร้อมกันและจะทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลไปพร้อมๆ กัน

โดยเจ้าหน้าที่และชาวบ้านได้ช่วยกันนำไม้ ยางรถยนต์ และถ่าน มากองเตรียมไว้ และทำการจัดสถานที่โดยรอบงานจัดผ้าขาวดำ และดอกไม้รอบกองฟอน ส่วนเจ้าหน้าที่บางส่วนได้ประชุมกับญาติเพื่อเตรียมงานที่จะจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้ โดยที่วัดดงกระยอมอุดมคุณ จะทำการฌาปนกิจในเวลา 14.00 น.และวัดว่าพุทธมงคล จะทำการฌาปนกิจในเวลา 16.00 น.

นายศักดิ์สิทธิ์ พลไกรสร ชาวบ้าน ต.หลุบ ได้บอกว่า ถือเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น โดยทุกคนต่างไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นมาแล้วต้องช่วยกันประคับประคองญาติผู้เสียชีวิต โดยชาวบ้านและหน่วยกู้ภัยได้ช่วยกันทำกองฟอนเพื่อฌาปนกิจศพผู้เสียชีวิต ซึ่งถือเป็นการเผาศพแบบสมัยโบราณและได้สูญหายไปแล้วเนื่องจากทุกวันนี้ทุกวัดจะต้องมีเมรุ แต่เมื่อเกิดมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมากทำให้มีเมรุเผาศพไม่เพียงพอจึงต้องใช้วิธีการเผาแบบโบราณ

ขณะที่ นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ ได้สั่งการให้นายแพทย์ประวิตร ศรีบุญรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ เร่งดำเนินการเข้าฟื้นฟูสภาพจิตใจครอบครัวเหยื่อผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บและชุมชน หลังรถบัสนำเที่ยวประสบอุบัติเหตุที่เขาวังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากถึง 18 ศพ โดยผู้เสียชีวิตมีความสัมพันธ์เป็นเครือญาติที่สนิทชิดเชื้อกัน เป็นการสูญเสียครั้งใหญ่แบบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนของชุมชนทั้ง 2 ตำบล คือ ต.หลุบ และ ต.ห้วยโพธิ์

โดยนายแพทย์ประวิตร ศรีบุญรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ ได้เรียกประชุมคณะทำงาน 12 ชุด เพื่อวางแผนการเข้าเยียวยาฟื้นฟูสภาพจิตใจ โดยมีนายสงวน ดอนสินพูล ผอ.รพ.สต.หลุบ เป็นผู้ให้ข้อมูลพื้นฐานครอบครัวเหยื่อทั้งหมด จากนั้นได้เดินทางไปยังบ้านนางเรียน ธารวาวแวว อายุ 47 ปี ผู้เสียชีวิต ที่ได้ตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่บ้านเลขที่ 265 หมู่ 18 บ้านกลางดง ต.ห้วยโพธิ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ โดยได้พูดคุยกับมารดาผู้เสียชีวิต และสามีคือนายประดิษฐ์ ธารวาวแวว อายุ 52 ปี ซึ่งบรรยากาศในงานศพยังเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ทีมนักจิตวิทยาและเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ ได้เข้าพูดคุย ประเมินสภาพจิตใจครอบครัวผู้เสียชีวิต ที่ยังพบว่ามีอาการเสียใจ และยังรับไม่ได้กับการสูญเสียแบบปัจจุบันทันด่วน และเป็นอุบัติเหตุหมู่ที่สยดสยองอย่างมาก

นายแพทย์ประวิตร ศรีบุญรัตน์ กล่าวว่า ได้แบ่งจัดตั้งทีมสหวิชาชีพออกเป็น 12 ชุด เพื่อเข้าเยียวยา ฟื้นฟูสภาพจิตใจเหยื่อผู้สบประสบเหตุครั้งนี้ โดยเจ้าหน้าที่จะเข้าไปพูดคุยกับครอบครัวอย่างใกล้ชิดในระยะแรก ในลักษณะ 1 ครอบครัว 1 ทีม หรือการใช้เจ้าหน้าที่ชุดเดียวเข้าเยียวยาครอบครัวแบบ 1 ต่อ 1 และเริ่มทำการประเมินสภาวะจิตใจอย่างใกล้ชิด ในห้วง 3 เดือน 6 เดือนและ 1 ปี นอกจากนี้ ยังมีในส่วนของผู้ได้รับบาดเจ็บที่จะต้องใช้ทีมแพทย์จิตวิทยา ของ รพ.กาฬสินธุ์ ช่วยพูดคุย เพราะนอกเหนือจากอาการบาดเจ็บและบางรายยังต้องสูญเสียครอบครัว สามี ภรรยา ญาติ พี่น้อง และลูกหลานอีก เป็นภาวะละเอียดอ่อนที่จะต้องใช้มืออาชีพเข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันจากอุบัติเหตุหมู่ครั้งใหญ่ และมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ยังส่งผลกระทบกับสภาพจิตใจของชาวบ้านในชุมชนเป็นวงกว้าง เพราะไม่เคยมีเหตุการณ์การสูญเสียครั้งใหญ่เท่านี้มาก่อน

นายประดิษฐ์ ธารวาวแวว เจ้าของโรงสีข้าวเทพประสิทธิ์ สามีนางเรียน ธารวาวแวว ผู้เสียชีวิต กล่าวว่า เป็นความสูญเสียของครอบครัวตนได้เสียภรรยาไป ตอนนี้สภาพจิตใจไม่ต้องพูดถึง มันยากที่จะทำใจได้คู่ที่ชีวิตที่อยู่กินกันมาเกือบ 30 ปี ด่วนจากไปโดยไม่ได้สั่งเสียอะไรเลย และวันเกิดเหตุได้พูดคุยกันเฉพาะเรื่องธุรกิจการส่งข้าว ที่จะมีลูกค้ามารับที่โรงสีประมาณ 16.00 น. จากนั้นได้ทราบข่าวว่ามีอุบัติเหตุของคณะทัวร์ท่องเที่ยว และทราบว่า ภรรยาอยู่ที่โรงพยาบาล จึงรีบไปดูแต่เมื่อไปถึงโรงพยาบาลก็ทราบว่า เสียชีวิตแล้ว จึงได้นำร่างของภรรยามาประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลที่บ้าน โดยจำมีพิธีฌาปนกิจในจันทร์ที่ 26 มี.ค. นี้ ส่วนความกังวลจากนี้ คือ ธุรกิจและครอบครัวที่ต้องดูแล เพราะทุกอย่างภรรยาจะเป็นคนดูทั้งระบบบัญชี ลูกค้า และการเงิน ตอนนี้คงต้องเข้าไปดูแลทั้งหมด ซึ่งจะต้องอาศัยลูก ๆ มาช่วย ส่วนตนเองต้องขอทำใจสักระยะหนึ่งก่อน

จากนั้น นายแพทย์สาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์  ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ เพื่อเยี่ยมอาการผู้บาดเจ็บ ซึ่งได้ย้ายมารับการรักษาที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา โดยมีผู้ที่ยังรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล จำนวน 6 ราย ประกอบด้วย 1.นางพรพรรณ.จันทร์สว่าง 2. นางอารี เศษวงษ์ 3. ด.ญ.สุพิศรา เศษวงษ์ 4.นายธนากร สิงโห 5. นางสนธยา ตะก้อง และ 6. นางรัตนาพร ทุมเกสร

Facebook Comments