เปิดจดหมายน้องเมย “เราเห็นนายโดนซ่อม เราสงสารนายมาก เราเห็นนายสลบ”

จากเหตุการณ์การเสียชีวิตของ ‘น้องเมย’ นตท.ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ ล่าสุดมีการเปิดเผยจดหมายของน้อยเมย ที่ครั้งหนึ่งเคยเขียนจดหมายถึงเพื่อนร่วมรุ่น ที่ถูกซ๋อมแล้วตัดสินใจลาออกไปก่อนหน้านั้น โดยหารู้ไม่ว่าหลังจากนั้นตนเองจะต้องมาจบชีวิตลงก่อนวัยอันควร โดยน้องเมยได้เขียนจดหมายไว้ว่า

สวัสดีเพื่อนเราชื่อเมย เราเป็นเด็กชลบุรี เราก็เป็นเด็กคนนึงที่มีความฝัน มาตั้งแต่เด็กแล้วว่าอยากเป็นทหาร เราก็ทำทุกวิถีทางเพื่อจะได้เป็นทหาร เราได้ทิ้งวัยเด็กที่สนุกสนานไป เพื่อมาสานฝันให้เป็นจริง

เราสอบมา 3 รอบ ทุกครั้งที่สอบผลสอบออกมาครั้งที่ 1-2 เราสิ้นหวัง ท้อแท้มากถึงขั้นจะไม่มาทางนี้แล้ว แต่ที่สุดแล้วเราก็มีพ่อแม่และคอยอยู่เคียงข้าง และให้กำลังตลอดมา จนมาถึงครั้งที่ 3 สุดท้ายเราก็สอบติดจนได้ เราเห็นพ่อแม่ดีใจมาก (ร้องไห้กับเราด้วยความดีใจที่วันนี้เห็นความสำเร็จของลูก)

เราเข้ามาอยู่ตอนเดียวกัน ครั้งแรกเราก็ไม่รู้จักนาย แต่เรามารู้จักนายอีกครั้ง ตอนนายไปกองแพทย์ สักพักนึงนายได้ลงมา เราเห็นนายโดนซ่อม เราสงสารนายมาก เราเห็นนายสลบ เราเป็นห่วงนายมาก นายเป็นคนที่สู้ แต่สภาพร่างกายนายไม่พร้อม เราเข้าใจ เราไม่ว่าหรอก เพราะร่างกายทุกคนไม่เหมือนกัน ตอนที่เราเจอนาย เราก็ได้พูดคุยกับนาย นายอยากลาออก เราไม่อยากให้นายออกหรอกนะ เราก็พยายามรั้งไว้ แต่มีเรื่องนึงที่เราไม่กล้ารั้งไว้ คือ เรื่องพ่อแม่ เราเลยไม่กล้ารั้งนายไว้

สุดท้ายแล้วนายคือ เพื่อนเราคนนึง นายเป็นคนใจสู้ดี ถ้านายจะไปแล้ว ก็ขอให้ประสบความสำเร็จนะระเบียบที่นี่นะนำไปใช้ข้างนอกได้ อยู่ข้างนอกก็เป็นคนดี แล้วก็อย่าลืมเรื่องพระคุณของพ่อแม่นะ

จากเหตุการณ์การเสียชีวิตของ ‘น้องเมย’ นตท.ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ ล่าสุดมีการเปิดเผยจดหมายของน้อยเมย ที่ครั้งหนึ่งเคยเขียนจดหมายถึงเพื่อนร่วมรุ่น ที่ถูกซ๋อมแล้วตัดสินใจลาออกไปก่อนหน้านั้น โดยหารู้ไม่ว่าหลังจากนั้นตนเองจะต้องมาจบชีวิตลงก่อนวัยอันควร โดยน้องเมยได้เขียนจดหมายไว้ว่า

สวัสดีเพื่อนเราชื่อเมย เราเป็นเด็กชลบุรี เราก็เป็นเด็กคนนึงที่มีความฝัน มาตั้งแต่เด็กแล้วว่าอยากเป็นทหาร เราก็ทำทุกวิถีทางเพื่อจะได้เป็นทหาร เราได้ทิ้งวัยเด็กที่สนุกสนานไป เพื่อมาสานฝันให้เป็นจริง

เราสอบมา 3 รอบ ทุกครั้งที่สอบผลสอบออกมาครั้งที่ 1-2 เราสิ้นหวัง ท้อแท้มากถึงขั้นจะไม่มาทางนี้แล้ว แต่ที่สุดแล้วเราก็มีพ่อแม่และคอยอยู่เคียงข้าง และให้กำลังตลอดมา จนมาถึงครั้งที่ 3 สุดท้ายเราก็สอบติดจนได้ เราเห็นพ่อแม่ดีใจมาก (ร้องไห้กับเราด้วยความดีใจที่วันนี้เห็นความสำเร็จของลูก)

เราเข้ามาอยู่ตอนเดียวกัน ครั้งแรกเราก็ไม่รู้จักนาย แต่เรามารู้จักนายอีกครั้ง ตอนนายไปกองแพทย์ สักพักนึงนายได้ลงมา เราเห็นนายโดนซ่อม เราสงสารนายมาก เราเห็นนายสลบ เราเป็นห่วงนายมาก นายเป็นคนที่สู้ แต่สภาพร่างกายนายไม่พร้อม เราเข้าใจ เราไม่ว่าหรอก เพราะร่างกายทุกคนไม่เหมือนกัน ตอนที่เราเจอนาย เราก็ได้พูดคุยกับนาย นายอยากลาออก เราไม่อยากให้นายออกหรอกนะ เราก็พยายามรั้งไว้ แต่มีเรื่องนึงที่เราไม่กล้ารั้งไว้ คือ เรื่องพ่อแม่ เราเลยไม่กล้ารั้งนายไว้

สุดท้ายแล้วนายคือ เพื่อนเราคนนึง นายเป็นคนใจสู้ดี ถ้านายจะไปแล้ว ก็ขอให้ประสบความสำเร็จนะระเบียบที่นี่นะนำไปใช้ข้างนอกได้ อยู่ข้างนอกก็เป็นคนดี แล้วก็อย่าลืมเรื่องพระคุณของพ่อแม่นะ

จากเหตุการณ์การเสียชีวิตของ ‘น้องเมย’ นตท.ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ ล่าสุดมีการเปิดเผยจดหมายของน้อยเมย ที่ครั้งหนึ่งเคยเขียนจดหมายถึงเพื่อนร่วมรุ่น ที่ถูกซ๋อมแล้วตัดสินใจลาออกไปก่อนหน้านั้น โดยหารู้ไม่ว่าหลังจากนั้นตนเองจะต้องมาจบชีวิตลงก่อนวัยอันควร โดยน้องเมยได้เขียนจดหมายไว้ว่า

สวัสดีเพื่อนเราชื่อเมย เราเป็นเด็กชลบุรี เราก็เป็นเด็กคนนึงที่มีความฝัน มาตั้งแต่เด็กแล้วว่าอยากเป็นทหาร เราก็ทำทุกวิถีทางเพื่อจะได้เป็นทหาร เราได้ทิ้งวัยเด็กที่สนุกสนานไป เพื่อมาสานฝันให้เป็นจริง

เราสอบมา 3 รอบ ทุกครั้งที่สอบผลสอบออกมาครั้งที่ 1-2 เราสิ้นหวัง ท้อแท้มากถึงขั้นจะไม่มาทางนี้แล้ว แต่ที่สุดแล้วเราก็มีพ่อแม่และคอยอยู่เคียงข้าง และให้กำลังตลอดมา จนมาถึงครั้งที่ 3 สุดท้ายเราก็สอบติดจนได้ เราเห็นพ่อแม่ดีใจมาก (ร้องไห้กับเราด้วยความดีใจที่วันนี้เห็นความสำเร็จของลูก)

เราเข้ามาอยู่ตอนเดียวกัน ครั้งแรกเราก็ไม่รู้จักนาย แต่เรามารู้จักนายอีกครั้ง ตอนนายไปกองแพทย์ สักพักนึงนายได้ลงมา เราเห็นนายโดนซ่อม เราสงสารนายมาก เราเห็นนายสลบ เราเป็นห่วงนายมาก นายเป็นคนที่สู้ แต่สภาพร่างกายนายไม่พร้อม เราเข้าใจ เราไม่ว่าหรอก เพราะร่างกายทุกคนไม่เหมือนกัน ตอนที่เราเจอนาย เราก็ได้พูดคุยกับนาย นายอยากลาออก เราไม่อยากให้นายออกหรอกนะ เราก็พยายามรั้งไว้ แต่มีเรื่องนึงที่เราไม่กล้ารั้งไว้ คือ เรื่องพ่อแม่ เราเลยไม่กล้ารั้งนายไว้

สุดท้ายแล้วนายคือ เพื่อนเราคนนึง นายเป็นคนใจสู้ดี ถ้านายจะไปแล้ว ก็ขอให้ประสบความสำเร็จนะระเบียบที่นี่นะนำไปใช้ข้างนอกได้ อยู่ข้างนอกก็เป็นคนดี แล้วก็อย่าลืมเรื่องพระคุณของพ่อแม่นะ

จากเหตุการณ์การเสียชีวิตของ ‘น้องเมย’ นตท.ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ ล่าสุดมีการเปิดเผยจดหมายของน้อยเมย ที่ครั้งหนึ่งเคยเขียนจดหมายถึงเพื่อนร่วมรุ่น ที่ถูกซ๋อมแล้วตัดสินใจลาออกไปก่อนหน้านั้น โดยหารู้ไม่ว่าหลังจากนั้นตนเองจะต้องมาจบชีวิตลงก่อนวัยอันควร โดยน้องเมยได้เขียนจดหมายไว้ว่า

สวัสดีเพื่อนเราชื่อเมย เราเป็นเด็กชลบุรี เราก็เป็นเด็กคนนึงที่มีความฝัน มาตั้งแต่เด็กแล้วว่าอยากเป็นทหาร เราก็ทำทุกวิถีทางเพื่อจะได้เป็นทหาร เราได้ทิ้งวัยเด็กที่สนุกสนานไป เพื่อมาสานฝันให้เป็นจริง

เราสอบมา 3 รอบ ทุกครั้งที่สอบผลสอบออกมาครั้งที่ 1-2 เราสิ้นหวัง ท้อแท้มากถึงขั้นจะไม่มาทางนี้แล้ว แต่ที่สุดแล้วเราก็มีพ่อแม่และคอยอยู่เคียงข้าง และให้กำลังตลอดมา จนมาถึงครั้งที่ 3 สุดท้ายเราก็สอบติดจนได้ เราเห็นพ่อแม่ดีใจมาก (ร้องไห้กับเราด้วยความดีใจที่วันนี้เห็นความสำเร็จของลูก)

เราเข้ามาอยู่ตอนเดียวกัน ครั้งแรกเราก็ไม่รู้จักนาย แต่เรามารู้จักนายอีกครั้ง ตอนนายไปกองแพทย์ สักพักนึงนายได้ลงมา เราเห็นนายโดนซ่อม เราสงสารนายมาก เราเห็นนายสลบ เราเป็นห่วงนายมาก นายเป็นคนที่สู้ แต่สภาพร่างกายนายไม่พร้อม เราเข้าใจ เราไม่ว่าหรอก เพราะร่างกายทุกคนไม่เหมือนกัน ตอนที่เราเจอนาย เราก็ได้พูดคุยกับนาย นายอยากลาออก เราไม่อยากให้นายออกหรอกนะ เราก็พยายามรั้งไว้ แต่มีเรื่องนึงที่เราไม่กล้ารั้งไว้ คือ เรื่องพ่อแม่ เราเลยไม่กล้ารั้งนายไว้

สุดท้ายแล้วนายคือ เพื่อนเราคนนึง นายเป็นคนใจสู้ดี ถ้านายจะไปแล้ว ก็ขอให้ประสบความสำเร็จนะระเบียบที่นี่นะนำไปใช้ข้างนอกได้ อยู่ข้างนอกก็เป็นคนดี แล้วก็อย่าลืมเรื่องพระคุณของพ่อแม่นะ

จากเหตุการณ์การเสียชีวิตของ ‘น้องเมย’ นตท.ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ ล่าสุดมีการเปิดเผยจดหมายของน้อยเมย ที่ครั้งหนึ่งเคยเขียนจดหมายถึงเพื่อนร่วมรุ่น ที่ถูกซ๋อมแล้วตัดสินใจลาออกไปก่อนหน้านั้น โดยหารู้ไม่ว่าหลังจากนั้นตนเองจะต้องมาจบชีวิตลงก่อนวัยอันควร โดยน้องเมยได้เขียนจดหมายไว้ว่า

สวัสดีเพื่อนเราชื่อเมย เราเป็นเด็กชลบุรี เราก็เป็นเด็กคนนึงที่มีความฝัน มาตั้งแต่เด็กแล้วว่าอยากเป็นทหาร เราก็ทำทุกวิถีทางเพื่อจะได้เป็นทหาร เราได้ทิ้งวัยเด็กที่สนุกสนานไป เพื่อมาสานฝันให้เป็นจริง

เราสอบมา 3 รอบ ทุกครั้งที่สอบผลสอบออกมาครั้งที่ 1-2 เราสิ้นหวัง ท้อแท้มากถึงขั้นจะไม่มาทางนี้แล้ว แต่ที่สุดแล้วเราก็มีพ่อแม่และคอยอยู่เคียงข้าง และให้กำลังตลอดมา จนมาถึงครั้งที่ 3 สุดท้ายเราก็สอบติดจนได้ เราเห็นพ่อแม่ดีใจมาก (ร้องไห้กับเราด้วยความดีใจที่วันนี้เห็นความสำเร็จของลูก)

เราเข้ามาอยู่ตอนเดียวกัน ครั้งแรกเราก็ไม่รู้จักนาย แต่เรามารู้จักนายอีกครั้ง ตอนนายไปกองแพทย์ สักพักนึงนายได้ลงมา เราเห็นนายโดนซ่อม เราสงสารนายมาก เราเห็นนายสลบ เราเป็นห่วงนายมาก นายเป็นคนที่สู้ แต่สภาพร่างกายนายไม่พร้อม เราเข้าใจ เราไม่ว่าหรอก เพราะร่างกายทุกคนไม่เหมือนกัน ตอนที่เราเจอนาย เราก็ได้พูดคุยกับนาย นายอยากลาออก เราไม่อยากให้นายออกหรอกนะ เราก็พยายามรั้งไว้ แต่มีเรื่องนึงที่เราไม่กล้ารั้งไว้ คือ เรื่องพ่อแม่ เราเลยไม่กล้ารั้งนายไว้

สุดท้ายแล้วนายคือ เพื่อนเราคนนึง นายเป็นคนใจสู้ดี ถ้านายจะไปแล้ว ก็ขอให้ประสบความสำเร็จนะระเบียบที่นี่นะนำไปใช้ข้างนอกได้ อยู่ข้างนอกก็เป็นคนดี แล้วก็อย่าลืมเรื่องพระคุณของพ่อแม่นะ

Facebook Comments